Mini Review: The Paradise Koh Yao Boutique Beach Resort & Spa
 
          หลังจากห่างหายไปนาน วันนี้เป็นเอนทรีรีวิวโรงแรมอีกเช่นเคย เนื่องจากมีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนที่โรงแรมนี้มาสักพัก และเล็งเห็นว่ายังไม่มีผู้ใดรีวิวโรงแรม สงบๆ เงียบๆ เป็นส่วนตัวอย่าง The Paradise Koh Yao Boutique Beach Resort & Spa เลย ขอเลยจะขอเจิมสักหน่อย เป็น Mini Review จริงๆนะคะ เพราะไม่ค่อยถ่ายรูป แต่ใจอยากรีวิว
The Paradise Koh Yao Boutique Beach Resort & Spa ตั้งอยู่บนเกาะยาวน้อยคะ การเดินทางไปนั้น เราต้องไปขึ้นเรือที่ท่า Yacht Haven Marina Pier ที่อยู่ห่างจากสนามบินไปนิดเดียว เราไปถึงท่าเรือประมาณ 10.15 น. (แอบเลยเวลานัดคือ 10.00 น. ไปนิดนึง ก็ลุ้นๆกันว่าจะมีคนคอยเยอะไหม) กลายเป็น พอไปถึงพนักงานที่ท่าเรือ บอกว่าจะต้องรอกรุ๊ปฝรั่งอีก 4 คนที่ยังมาไม่ถึง นั่งรอสักประมาณ 30 นาที วันที่เราไปแดดค่อนข้างแรงมาก ต้องควัก Sunblock มานั่งทาไปพลางๆ อีกกลุ่มนึงก็มาถึง 
          เรือที่เรานั่งมา ออกมาพร้อมกัน 2 ลำ มีคนไทยประมาณ 10 คน ฝรั่งอีก 4 คน เลยแบ่งกันนั่งแยกเป็น 2 ลำ ขับไล่กันไปไล่กันมา พลัดกันนำ สนุกดี

          ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เรือก็นำเรามาถึง Resort ไม่รู้สึกเมาเรือเลย และวิวอ่าวพังงาก็สวยมากๆ พอเรือมาเทียบท่าตรง Resort ก็มีพนักงานมาต้อนรับ นำรถกอลฟท์มารับกระเป๋า และ มีผ้าเย็นมาคอยบริการ เนื่องจากวันนี้เราถือเป็นกลุ่มที่รวมกันแล้วค่อนข้างใหญ่ พวกเราจึงต้องเดินเท้าผ่านทรายขาวๆ ไปที่ Lobby โดยมีพนักงานคอยอธิบาย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และ ร้านอาหาร ภายในโรงแรม

          เมื่อ Check-in เสร็จ ได้รับกุญแจเรียบร้อยแล้ว พนักงานก็พาเดินไปดูห้อง วันนี้เราได้จองห้องไว้ 2 รูปแบบ เนื่องจากไปกัน 6 คน คือ แบบ Superior Studio 2 ห้อง และ แบบ Pool Villa 1 ห้อง โดยตัวเราจะพักอยู่ที่ห้อง Superior Studio จึงอยู่ประมาณ Hilltop ต้องเดินขึ้นเขานิดนึง แต่ชอบมานั่งเล่นอยู่ที่ห้อง Pool Villa เพราะใกล้หาด และ ความสะดวกทุกสิ่ง
          เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา ลักษณะเตียงนอนที่นี่ จะคล้ายของเครือ Sixsense มีมุ้งด้วย (ตอนแรกก็กำลังคิดว่าไว้กันยุง หรือ เพื่อความสวยงาม) พอดึกๆ หน่อยก็รู้ว่า เพื่อกันยุงจริงๆคะ ที่นี่ น้ำ-ไฟ เปิด 24 ชั่วโมง ห้องน้ำแบ่งส่วนใช้สอยไว้ นั่นคือ อ่างล้างหน้า และ ส้วมอยู่ภายใน ส่วนอาบน้ำ นั้นต้องเปิดประตูออกไป บางคนอาจจะอยากอาบแบบโล่งๆ ก็เปิดประตูไว้ได้เลย (ใครจะกล้า !!) ทำให้ห้องอาบน้ำมีขนาดใหญ่มาก ด้านนอกมีชิงช้าให้นั่งเล่นด้วย แต่ไม่ค่อยได้นั่งเลยคะ เพราะยุงเยอะจริงๆ (ด้วยความที่ห้องเรา อยู่ในป่าด้วยมั้ง) เรากับยุงเป็นของไม่คู่กัน เพราะเวลากัดจะแพ้ และคันมาก เลยขอยอมแพ้จริงๆ

         เนื่องจากเริ่มหิวกันแล้ว ช่วงบ่ายแก่ๆ หลังจากเดินชมรอบๆ Resort กันเป็นที่เสร็จสิ้น เราก็เดินมาที่ห้องอาหาร สั่งไปประมาณ 6 อย่าง อาหารแอบช้าหน่อย ถ้ารู้เร็วกว่านี้ จะมาสั่งเอาไว้ก่อน แล้วค่อยเดินมากิน มื้อนี้ก็อิ่มกันไปเบาๆ ราคาแอบแซ่บอยู่เหมือนกัน แต่มาอยู่เกาะก็เงี้ยคะ ต้องทำใจ พวกเราสั่งมา Mix Mix กัน Fushion มากๆ มีทั้งปูผัดผงกระหรี่ พิซซ่า เป็นต้น

                   สระว่ายน้ำเล็กๆในรูป คือ สระว่ายน้ำของ Pool Villa เราก็มานอนเล่นแช่เล่น จิบเครื่องดื่มกันไป รูปผีเสื้อที่เห็น จะเจอตอนเช้าคะ ผีเสื้อจะมาทานน้ำหวานที่ดอกไม้ใน Resort เยอะมากๆ แบบเป็นดงผีเสื้อเลย แล้วก็ง่ายต่อการเก็บรูปมากๆ
Recommend Trip: ตอนเย็นๆเราก็นั่งเรือไปเที่ยวในตัวเมืองเกาะยาวน้อยคะ ผ่านรีสอร์ทหลายแห่งเลย แล้วก็ไปต่อสองแถวที่มาจอดรออยู่ที่ท่า สองแถวก็พาขับเที่ยวรอบเมือง ผ่านทางเข้า Six Sense Hideaway ด้วย ทางเข้าทางเกาะถนนเล็กมากๆ คาดว่าเพราะแขกของรีสอร์ทจะมาพักแบบแบบทาง Speedboat มากกว่า เหมือนกับ The Paradise 
          จากนั้น คนขับก็พาพวกเราไปเที่ยว Siam Paragon ของคนเกาะยาวน้อย นั่นก็คือ 7-11 ได้เครื่องดื่ม กับขนมมาทานเล่นนิดหน่อย แล้วก็ตุนอาหารมานิดนึงเพระมีแผนนิดๆอยู่ในใจ จากนั้นก็ให้บังช่วยแนะนำร้านอาหารเย็น เพราะไม่อยากกลับไปตายรังที่รีสอร์ท อยากลองอาหารทะเลฝีมือชาวบ้านบ้าง ไหนๆก็มาถึงเกาะยาวแล้วเน้อ พี่คนขับก็น่ารักพาไป "ร้านประดู่" บรรยากาศอยู่กลางทุ่งนา ใกล้ทะเล และ ข้ามถนนไปนิดนึงก็มีสะพานปลาทอดตัวลงไปในทะเล ก่อนไปถึงร้านคนขับก็แวะพาพวกเราไปซื้อปูสดๆจากร้านชาวบ้าน เพื่อให้แม่ครัวนำไปปรุงให้เราได้ทานด้วย รสชาติหวานมากๆ ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะมันค่ำๆพอดี และที่ร้านก็ไม่ค่อยมีแสง กว่าจะกินกันเสร็จก็มืดเลย ได้เวลายุงหามเรากลับรีสอร์ท (ยุงที่เกาะยาวน้อย เป็นยุงพันธุ์ที่ดุมากๆ เมื่อมาเจอคนเลือดหวานอย่างเรา เราเลยบริจาคเลือดให้ไปหลายลิตร) นี่ขนาดพนักงานรีสอร์ทเขาให้ยาทากันยุง กลิ่นตระไคร้หอมมาไว้ทาแล้วนะ ก็ยังไม่สามารถต้านทานพิษยุงได้ ตอนนั่งรถกลับไปที่ท่าเรือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ นั่นคือการเห็นหิ่งห้อยเยอะมาก มองไปทางไหนก็มีแต่หิ่งห้อย (เสียดาย ถ่ายรูปมาไม่ได้ บรรยากาศก็ดีมาก เพราะฝนเพิ่งหยุดตกพอดี)

         อีกวันนึง เราได้คำแนะนำจากพนักงานในรีสอร์ทให้นั่งเรือไปเที่ยว เกาะผักเบี้ย เราก็จัดไป เพราะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น (ก็แค่ค่าห้องพัก + ค่าเรือ Speedboat) ก็หมดตัวแล้น โดยพนักงานแนะนำให้เราสั่งอาหารกล่องไปทานด้วย แต่พวกเราไม่สั่ง พนักงานคงคิดว่าสงสัยไอ้พวกกรุ๊ปนี้มันจะไปตกปลาปิ้งทานเองบนเกาะผักเบี้ย แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าเราได้เตรียมเสบียงมาตั้งแต่เมื่อวาน ด้วยการไปซื้อขนมปัง + ทูน่า + ไส้กรอก + ขนมขบเคี้ยวอีกจำนวนนึง เราถือว่าเราเป็นลูกค้าที่ไม่ทำกำไรให้รีอสร์ทเลย นอกเหนือจากการมาพัก ฮ่าๆๆๆๆ)
         กว่าจะกลับมาจากเกาะผักเบี้ยก็บ่ายๆพอดี บางคนแยกย้ายไปเข้าสปา ส่วนเราไปตีปิงปองเล่นๆน้อยๆ แล้วก็ไปลอยคอว่ายน้ำเล่นในสระ แป๊ปนึงก็เย็นๆ ได้นอนไปงีบนึง ก็ตื่นมาทานอาหารเย็น พรุ่งนี้กลับสายๆคะ แจ้งว่าให้เตรียมเรือประมาณ 10.00 น. จะได้ไปทานข้าวเที่ยงบนฝั่งภูเก็ตเลย เพราะเราจองรถ Toyota Fortuner กับบริษัทเช่ารถให้มารับที่ท่าเรือฝั่งภูเก็ตไว้แล้ว ทริปนี้ก็พักผ่อนกายาดีคะ ชิวๆแบบไฮโซ ถ้าจ่ายเองนี่คิดแล้วคิดอีกนะเนี่ย ว่าจะมาไหม
         ถ่ายรูปมากระจัดกระจายมากๆ สมเป็น Mini Review จริงๆ เพราะรีวิวนู่นนิดนี่หน่อย พอเป็นพิธี
 

Comment

Comment:

Tweet