Take a break in Seoul: Day 4

posted on 25 Mar 2012 20:28 by bluepinch in MeAndMyLifeStyle directory Travel

Day 4: March, 2012

วันนี้ตอนแรกที่แผนไว้ พวกเรายังไม่รู้จะไปไหนดี แต่อยากไปนอกเมือง และวันจันทร์หลายๆสถานที่ในโซลปิดจ้า สุดท้ายก็มาลงตัวที่เกาะนามิ เนื่องจากเพื่อนสาวอยากไปตามรอยทัวร์สักนิด วันนี้พวกเราตื่นเช้ากว่าเดิมนิดหน่อย เพราะต้องออกไปนอกเมือง กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แวะกินกิมจิเสริมพลังทัพก่อนออกเดินทาง วันนี้แอบอยากคาเฟอีนเล็กน้อยเลยซื้อ Starbucks Caramel แบบถ้วยมาลองชิม (รู้สึกเฉยๆนะคะ แบบขวดรู้สึกเยอะคุ้มกว่าอีก) เรานึกว่าจะได้อารมณ์คาราเมลเยอะกว่าซะอีก

จริงๆเราเฉยๆกะเกาะนามิมาก เนื่องจากมีเสียงลือเสียงเล่าต่อๆกันมาว่า มันไม่มีอะไรมากมาย นอกจากตามรอย Winter Love Song แต่เนื่องจากยังไม่เคยไป ก็ต้องไปให้รู้อ่ะเนอะว่ามันเป็นยังไง

ก็ดำเนินการ print รีวิวของหลายๆคนมา แล้วมายำรวมตัว เลยไม่แน่ใจว่าจะให้ credit ท่านใดดีอ่ะค่ะ เอาเป็นว่าให้เครดิตเพื่อนๆน่ารักทั้งหลายใน seoulciety.com ล่ะกันนะ

การเดินทางไปเกาะนามิ 

จากสถานีเมียงดง (ที่พักของเรา) เราไปเปลี่ยนสายที่ Dongdaemun History and Culture Park ไปline สีม่วง นั่งไปทาง Cheonggu Station

- ลงเพื่อเปลี่ยนสายที่ Gunja Station ไปline สีเขียวขี้ม้า นั่งไปทาง Junggok

- ลงเพื่อเปลี่ยนสาย ที่ Sangbong ไป line สีเขียวอ่อน/ฟ้า KORAIL นั่งไปทาง Mangu

- นั่งรถไฟไปประมาณ 1 ชั่วโมง ลงรถไฟที่ สถานี Gapyeong

- เดินออกมาจากสถานี แล้วเรียก TAXI ไปท่าเรื่อเพื่อข้ามไปเกาะนามิค่ะ ราคา TAXI ประมาณ 2400 วอน

เกาะนามิ (남이섬) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของประเทศเกาหลีคะ เป็นเกาะที่คู่รักนิยมมาเที่ยวกัน และ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ ที่ถูกถ่ายทำหนัง หนังดังเรื่อง "winter love song" 

ซึ่งการเดินทางไปนอกจากรีวิวที่ print มาก็ไม่ได้วางแผนอะไรมากมาย แต่เห็นมีบางท่านรีวิวเตือนว่า ต้องวางแผนการออกเดินทางให้ดีเพราะรถไฟที่จะไป Gapyeong ที่ขึ้นที่สถานี Sangbong มีเวลาออกนะ แต่น่าจะเป็นเพราะมากับดวงด้วยมั้ง (สาธุ) พอลงรถไฟเดินมาต่ออีกคัน รถไฟคันที่จะไปต่อก็มาพอดี ไม่เสียเวลารอเลยคะ รถไฟ KORAIL ที่ไป Gapyeong แอบใหม่มากเหมือนที่หลายๆ ท่านบอก พวกเราโชคดีไปวันจันทร์ด้วย คนเลยไม่เยอะมีแต่ อาจุมม่า กับ คุณลุง เต็มรถเลย นั่งมาได้ประมาณชั่วโมงกว่าๆก็ถึง สถานี Gapyeong พวกเราก็เดินไปหน้าสถานี กระโดดขึ้น Taxi บอกแค่ Namisan แป๊ปเดียวก็มาถึงท่าเรือ ราคาค่าโดยสารจัดไป 2600 วอน

พอลงรถปุ๊ป เสียงทัวร์ไทยก็สะท้อนหูมา ถึงที่นี่ ไม่ผิดเกาะแน่นอน ซื้อตั๋วเรือข้ามฟากและเข้าเกาะ ทั้งหมด 8000 วอน เรือก็มาจอดถึงพอดี แอบไม่มีเวลาเก็บภาพบรยากาศเลย หันมาคุยกับเพื่อน มากับดวงจริงๆพวกเรา (ไม่มีต้องรอให้เสียเวลา)

บรรยากาศบนเกาะนามิช่วงเช้าๆ ดีจริงๆคะ รู้สึกได้มาบ้านนอกบ้างก็ดี เหมือนมันสดชื่น ต้นไม้เยอะดีค่ะ วันนี้อากาศกำลังเย็นสบายเลย พวกเราก็เดินเก็บภาพ ชื่นชมธรรมชาติกันเต็มที่ (รู้สึกว่าก็ประทับกว่าที่คาดไว้เยอะเลย ใครที่กลัวการมาเกาะนามิ ก็เปลี่ยนมุมมองได้เลยค่ะ) เพราะเรารู้สึกว่ามันโอเคมากๆ เท่าที่เห็นก็มีแต่ ทัวร์ไทย ทัวร์มาเลย์ และ ก็ทัวร์อินโด มั้งที่มาที่นี่ ก็ได้พี่ๆคนไทยตกเป็นเหยื่อของพวกเรา ให้เขาช่วยถ่ายรูปคู่ให้ไปเยอะเหมือนกัน ตอนมาถึงน้ำยังเป็นน้ำแข็งอยู่เลยค่ะ หนาวนิดๆ

เราใช้เวลาดินเล่นบนเกาะประมาณ 2 ชั่วโมงได้มั้ง ท้องเริ่มร้องอ่ะ เพราะเริ่มบ่ายแล้ว ตอนแรกก็ดูๆร้านนู่นร้านนี้บนเกาะว่าจะลองร้านไหนดี แต่ไม่มีร้านไหนเข้าตากรรมการ สุดท้ายเลยพยักหน้าตกลงว่าจะไปทานบนฝั่งดีกว่า เพราะตอนลงแท๊กซี่แอบสอดส่องสายตา เห็นมีหลายๆร้านเปิดเรียกลูกค้าเหมือนกัน แล้วก็เคยอ่านของพี่ที่รีวิวว่า ทัวร์เคยพามากินไก่ย่างที่เมืองนี้ อร่อยมาก..... พวกเราก็ไม่รอช้าเดินกลับไปยังท่าเรือข้ามฟาก เรือก็กำลังเทียบท่าพอดิบพอดี (อะไรมันจะมากับดวง ขนาดนั้นเนี่ย) สวนทางกับทัวร์ไทยเยอะเหมือนกัน เพิ่งมาถึงกัน ขอสรุปว่าสวยใช้ได้คะ อาจไม่สวยล้ำเหมือนยุโรป จีน หรือ ฟากเมกา แต่ก็ได้อารมณ์ใหม่ๆนอกเหนือจากเที่ยวใน Seoul ถ้าใครมีเวลาก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวนะคะ มาง่ายไม่ยากอย่างที่คิดคะ

แอบเมาท์กับพี่คนไทยบางท่าน จัดไป 2 กลุ่ม คำถามเดิมเพราะเขาช่วยพวกเราถ่ายรูป
พวกเรา: พี่คะ ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้ไหมค่ะ? (ถ่ายเสร็จ)
พวกพี่: มากันยังไงเนี่ย (คงเห็นว่า พวกเธอมันหลงฝูงชัดๆๆ)
พวกเรา: มากันเองคะ มาจาก Seoul
พวกพี่: เก่งนะเนี่ย ถ้าให้พี่มาเอง คงมาไม่เป็น เห็นห่างโซล อยู่ประมาณเกือบชั่วโมงกว่าๆเลยนี่หน่า 

พอลงเรือปุ๊ป เราก็พุ่งเข้าหาร้านทันที และก็มุ่งไปร้านที่มีคนเยอะที่สุด คิดในใจว่า ร้านเนี่ยแหละร้านสุโค่ย ที่ใครๆก็ต้องมากิน จริงๆเดาล้วนๆ แต่ดันเดาถูกค่ะ ร้านนี้เป็นร้านขายไก่แบบปิ้งย่างที่ท่าเรือข้ามฟากเกาะนามิ อร่อยดังสมคำร่ำมือ อนนี่ ที่ค่อยปิ้งไก่ให้ก็น่ารัก นางพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ก็พยายามอธิบายให้เราฟังเป็นเกาหลี ว่าอันนี้มันคืออะไร กินยังไง ขอรีวิวว่า อร่อยมากๆ ใครมาถึงต้องไปกินให้ได้นะคะ กินคล้ายๆเวลาไปกินหมูเกาหลี แค่เปลี่ยนเป็นไก่ เขามีน้ำซุปเหมือน จับฉ่าย มาให้กินแกล้มๆหนาวด้วย

พอกลับมามานั่งหารายละเอียดร้าน ก็เห็นมีรีวิวไว้นะคะ เลยขอแปะให้ credit ท่านที่รีวิวไว้เลย เผื่อใครอยากไปลองชิม ดูจากรีวิวนี้นะคะ http://www.mykoreabuddy.com/tc/301

(พอเดินออกมาจากจุดลงเรือข้ามฟาก หันไปทางซ้ายมือ มองเลยลานจอดรถบัสไป ร้านอยู่ซ้ายมือ บนเนินเขา เดินขึ้นบันไดเล็กน้อย เป็นร้านที่ใหญ่มาก คนกินเยอะ ไม่พลาดแน่นอนค่ะ)

ขากลับก็ตามรอยกลับมาเหมือนเดิม นั่ง Taxi ที่จอดอยู่แถวร้าน มาลงที่สถานีรถไฟ Gapyeong คราวนี้ก็มาคิดว่าจะไปไหนต่อดี เลยมาลงตัวที่ไปซื้อของที่ Lotte Mart ดีกว่า เพราะจะได้แพ็คของเยอะๆแต่เนิ่น ดีกว่ามาแพ็ค วันสุดท้าย พอมาถึงสถานี ก็เลยถามนายสถานีว่ารถไฟไป Sangbong มาอีกทีกี่โมง นายสถานีบอกว่าอีก 5 นาที (มากับดวงอีกเหมือนเคย) ห้องน้ำไม่ต้องเข้าค่ะ วิ่งไปรอที่ชานชาลาดีกว่า เดี๊ยวพลาดรถไฟ

ตอนเดินทางนั่งอยู่บนรถไฟเห็นหอไอเฟลด้วย ตอนผ่านสถานี Cheongpyeong จึงจำได้ว่าจริงๆเราเอา Petite France มาใส่ในโปรแกรมเที่ยววันนี้หลังเกาะนามิก็ได้ (แต่วันนี้เริ่มเหนื่อยแล้วก็เลยขอ skip กลับเข้า Seoul เลยดีกว่า)

อันนี้ขอแนะนำสำหรับท่านที่สนใจ จะไป Petite France ต่อนะค่ะ

ขึ้นรถไฟจากสถานี Gapyoeng เหมือนกลับ Seoul มาลงที่สถานี Cheongpyeong พอถึงออกไปหน้าสถานี มองขวาจะเห็นป้ายรถรูปเจ้าชายน้อย มีรถรับส่งฟรี เที่ยวแรก 10.00 น. ตั๋วเข้าชม 8,000 วอน (ข้อมูลนี้ ไปได้มารีวิวท่านอื่น copy ไว้ แต่ลืม credit คะ) ถ้ามาหน้าร้อนก็เที่ยว The Garden of Morning Calm ต่อได้เลย รู้สึกว่าจะอยู่แถวเดียวกัน

ขากลับเนื่องจากเราจะไป Lotte Mart ที่ Seoul Station เลยเปลี่ยนเส้นทางใหม่ (เนื่องจากเริ่มคิดว่า ตอนเช้าทางที่เราไปมันอ้อมโลกชัดๆ เลยเปิดแผนที่ วางแผนกลับเองคะ) รายละเอียดดังนี้

- จากสถานี Gapyoeng นั่งรถไฟไปลงสถานี Sangbong

- ต่อรถไฟสายสีฟ้าน้ำทะเลเขียว ไปลงสถานี Hoegi เพื่อเปลี่ยนเป็นสายสีน้ำเงินเข้ม ไปทาง Incheon

- ลงที่สถานี Seoul Station

รู้สึกทางกลับมา work กว่าเยอะเลยค่ะ ใช้เวลาไม่นานเหมือนขามาที่นั่งไปอ้อมมาตามที่เขาแนะนำไว้

เลยขอแนะนำใหม่ดังนี้นะคะ สำหรับการไป "เกาะนามิ จาก สถานีเมียงดง"

- จากสถานีเมียงดง (ที่พักของเรา) เราไปเปลี่ยนสายที่ Dongdaemun History and Culture Park ไปline สีน้ำเงินเข้ม นั่งไปทาง Hoegi

- ลงเพื่อเปลี่ยนสายที่ Hoegi ไป line สีเขียวฟ้าๆน้ำทะเล นั่งไปลงที่ Sangbong

- ลงเพื่อเปลี่ยนสาย ที่ Sangbong ไป line สีเขียวอ่อน/ฟ้า KORAIL นั่งไปทาง Mangu

- นั่งรถไฟไปประมาณ 1 ชั่วโมง ลงรถไฟที่ สถานี Gapyeong

- เดินออกมาจากสถานี แล้วเรียก TAXI ไปท่าเรื่อเพื่อข้ามไปเกาะนามิค่ะ

จริงๆ คล้ายๆ อัน Original ตรงที่มาขึ้นรถไฟที่ Sangbong แต่เราว่าทางนี้มันย่นเวลามากกว่า
วันนี้ตอนเย็นเราก็ไปช้อปกระจายที่ Lotte Mart ได้ไปเที่ยว Seoul Station หลังเก่าด้วย (คนจรจัดแอบเยอะเหมือนกัน คล้ายหัวลำโพงบ้านเราเลย) ก็ได้พวกชา สาหร่าย ขนมเล็กๆน้อยๆ มาเต็มถุง (แนะนำให้เอาถุงติดตัวไปด้วย จะได้ไม่ต้องเสียค่าถุงนะคะ เอาไปใบใหญ่ๆเลย) วันนี้ตอนเย็นก็มาฝากท้องไว้แถวเมียงดงเหมือนเดิม เดินช้อปเครื่องสำอางที่หลายๆท่านฝากซื้อมาเรียบร้อย กลับที่พักไปแพ็คกระเป๋า

เมาท์เกาหลี พอหอมปากหอมคอ !!
แปลกมาก วันนี้ไปเกาะนามิ เกาะแห่งความรัก แต่ทำมายทำมาย วันนี้ไม่ค่อยเห็นคู่รักเลยค่ะ จริงๆขอแอบเมาท์ว่ามาเที่ยวนี้ รู้สึกคู่รักชาวเกาหลีไม่ค่อยเดินตามถนนกันเยอะเหมือนคราวที่แล้วที่มา แอบงงเล็กน้อย.... จนต้อง Whatapps ไปบอกเพื่อนสาวอีกท่านที่มาด้วยกันคราวที่แล้ว เพราะคราวที่แล้ว เราและเพื่อน แอบอิจฉาตาร้อนที่ไม่ได้พกใครมาด้วย แต่คราวนี้ไหงคู่รักหายไปจากเมือง Seoul ประมาณครึ่งๆ คือ ยังมีอยู่ประปราย แต่ไม่เยอะเหมือนช่วงหน้าร้อนคะ หรือ ไม่ใช่ฤดู.......??? เพราะมันเป็นหน้าหนาว (อะไรอ่ะ อย่าคิดลึก บล๊อคดิฉัน PG-13 นะคะ)

Comment

Comment:

Tweet