Review Trip: Day 1 and Day 2 Hi! Seoul

posted on 07 Jul 2011 21:07 by bluepinch in MeAndMyLifeStyle

สวัสดีค่ะ ทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่าน entry นี้ ทั้งหมดที่จะเขียนใน entry ต่อไปนี้ เป็นรีวิวเที่ยว ฉบับแรกในชีวิต ซึ่งรับรองว่า คงจะเขียนได้งงมากทีเดียว พอเริ่มจะมีเวลาว่าง บวกกับได้อ่านรีวิวสนุกๆ ของคนอื่นๆ ก็เลยตัดสินใจว่า อยากทดลองเขียน Review บ้าง ทั้งที่งานยุ่งแค่ไหนก็ขอสักนิดก่อนนอน ด้วยใจอยากรีวิวจริงๆ ทริปนี้มีเพื่อนสาวมารวมชะตาไปจากไทยด้วย 1 คน และจะไปเจอเพื่อนๆ ที่นั่นอีก 2 คน ค่ะ เพราะฉะนั้น ทริปนี้จึงเป็นทริปที่ทั้งฉุดทั้งลาก ทั้งให้กำลังใจกันไปตลอดทั้งทริป เพราะมันเป็นทริปที่โหดสุดๆ ขนาดเจ๊ที่ว่าลุยมาหลายโลก หลายประเทศ ยังกลับมาป่วยค่ะ

ทริปนี้เริ่มต้น ณ ปลายเดือนมิถุนายน บิน Flight Korean Air (KE) หรูๆ เริ่ดๆ ค่ะ ความจริงแล้วไม่อยากต่อเครื่องค่ะ เพราะฉะนั้นจึงควานหาตั๋ว Direct ที่ถูกที่สุดในสามโลก ได้มาที่ราคาเบาๆ 18,000 ซึ่งเป็นราคาที่โอมากๆ ในช่วงนี้ ยิ่งเมื่อเห็นราคาของคนอื่นเขา

Day 1 and Day 2 Hi! Seoul

วันแรกก็นับกับเขาด้วย นับตามพวกโปรแกรมทัวร์ค่ะ ดูเยอะเนอะ หุหุ เนื่องจากเวลาน้อยคะ เลยขอบวกไปด้วยล่ะกัน เลิกงานปุ๊ป ชิ่งรถกลับบ้านแบบเร็วมาก กลับบ้านไปอาบน้ำเก็บของครั้งสุดท้าย เตรียมกระเป๋าแล้วมุ่งหน้าไปสนามบินทันที เช็คอินเสร็จก็ยังชิวๆ เดิน Duty Free แล้วก็แวะหม่ำอาหารรองท้องกันนิดๆหน่อยๆ กลัวหิวค่ะ เพราะกว่าเขาจะเสิรฟ์อาหารก็ปาไปเครื่องเกือบลงแล้ว กะนอนเต็มที่เพราะเพลียมาจากการทำงานหนัก สุดท้ายไม่ได้นอนค่ะ นอนไม่หลับ ตาค้างมาก (คิดในใจวันนี้เที่ยว จะไหวหรือ?) เพื่อนสาวบอกจะไม่หลับ แต่มันหลับไปคนแรก เราหลับไม่ลงค่ะ ตาสว่างมาก เลยดูหนังไปถึง 2 เรื่อง

โปรแกรมวันรุ่งขึ้น วางแผนเป็นแบบนี้ค่ะ

เที่ยวชมคลอง Cheonggyecheon – Gyeongbokgung Palace - National Folk Museum of Korea – Blue House – Bukchon Hanok Village – Samcheongdong-gil - Namsan Tower – Myeongdong

ผ่านไปอีกวันเร็วมาก ก็มันดันนับวันแรกไปทำไม? แป๊ปๆเครื่องก็มาถึง ณ สนามบินอินชอน Incheon International Airport พอออกมา ก็ขอทำกิจธุระนิดหน่อย ล้างหน้า ล้างตา แปรงฟัน ก่อนเดินมุ่งหน้าไป ตม. ตอนแรกก็ไม่กลัวเลยค่ะ ต่อให้มีคนขู่มามากแค่ไหน เพื่อนสาวบอกจะไปต่อผู้หญิง แต่เราเน้นชายหนุ่มค่ะ เพราะได้รับการแนะนำมาว่าผู้ชายใจดีกว่า (มั้ง?) ตอนแรกแถวว่างมาก เพราะกรุ๊ปทัวร์ยังมาไม่ถึงค่ะ พอเพื่อนกับเราต่อแถวเท่านั้นแหละ คนมาต่อหลังกันเยอะมาก แถวเราไปเร็วมาก แต่พอมาถึงสาวคนหน้า หยุดไปเกือบ 15 นาที จนแถวเพื่อนสาวแซงหน้าไป มันหันมายึ้มเยาะบอกให้ตามมันมาก็ไม่เชื่อ สาวสัญชาติจีนข้างหน้า โดนสอบถามนานมากค่ะ เขาพลิกหน้า passport ไปมา จนทัวร์ไทยตามมาสมทบ พวกไกด์ทัวร์ที่ตอนแรก ต่อแถวเดียวกับเรา หนีไปอีกแถวหมดเลยค่ะ สงสัยคงกลัวกันใหญ่ แต่เราถอยไม่ได้แล้วค่ะ ถ้าเปลี่ยนแถว ตม. สงสัยแน่ๆ สุดท้าย สาวจีนโดนเชิญเข้าห้องเย็นไปค่ะ (ทั้งที่เธอแต่งตัวก็โอ หน้าก็โอ งงแทนชีค่ะ ชีก็งงๆ) พอมาถึงตาเราก็เลยใจตุ่มๆ ต่อมๆ หน่อย  (จริงๆ ฉันไม่น่าใช่ผู้ต้องสงสัยอะไร หน้าตากระเหรี่ยงหน่อย มีงานมีการทำ พยายามทำหน้าตานิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว) ส่งแค่ Passport ให้พ่อหนุ่ม ตม. หน้าใสบิ๊ง พลิกหน้าpassport ไปที่หน้าว่าง อ่านการ์ด immi เสร็จก็ประทับตาเลย ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที แล้วจะทำให้ใจหายทำไมเนี่ยทูนหัวของบ่าว?

เสร็จปุ๊ปก็ออกมารับกระเป๋าแบบเริ่ดๆ ค่ะ Seoul, here we come. เมื่อรับประเป๋าเสร็จก็ไปซื้อตั๋ว Limousine Bus สาย 6015 จุดหมายอยู่ที่ Sejong Hotel ระหว่างทางรถติดมาดเวียนหัว จะอ้วกอยู่แล้ว

นั่งต่อไปคงไม่ไหวเลยไม่ไหวขอลง Ibis Myeongdong แล้วเดินลัดไปดีกว่า ยามเช้าไม่มีคน เป็นบรรยากาศที่ดีมากค่ะ ลากกระเป๋ากันกรุกกรักตามทาง main street ถนนมันไม่เอื้อต่อการลากกระเป๋าอย่างแรง เดินลงทางออก 5 ไปโผล่ ทางออก 3 โชคดีมาหน้านี้ กระเป๋าเบาเหมือนมา bagpack จริงๆ ถ้ามาหน้าหนาวคงใบใหญ่กว่านี้ แล้วก็เดินขึ้นเขาต่อ เพื่อนที่มารับ ก็ล้อค่ะว่า ที่พักแกน่ะไม่ได้อยู่ใน Myeongdong หรอกแต่อยู่บน Namsan Tower ต่างหาก ซึ่งจริงคะ พวกเราปีนเขาแบบทรหดมาก แต่ก็บ่ยั่น ใครที่บอก Namsan Guesthouse และ Zaza ไกลแล้ว Guesthouse เราปีนเขาไกลกว่าค่ะ ได้โล่ห์มาก อยู่เกือบติด ทางขึ้น Cable Car พอไป Check-in ฝากกระเป๋าไว้ ก็คงโหวกเหวกโวยวายจนคนตื่นทั้งบ้านค่ะ คนไทย 4 คน มาเมาท์มอยอยู่หน้าที่ Check-in สาวไทย และสาวชาติอื่นเลยออกมาจากห้องหัวยุ่งๆ เข้าห้องน้ำกันใหญ่ รู้สึกวันนี้ส่วนใหญ่สาวไทยครอง Guesthouse นะ (ไว้จะมา review guesthouse นี้ให้ฟังสุดท้าย)

เมื่อเก็บของเสร็จก็หิวมากค่ะ เลยแวะทานอาหารหน้าปากซอยค่ะ เป็นร้านบ้านๆ แนวอาจุมม่าขาย ซัดข้าวผัดกิมจิ ไปอร่อยเหาะมาก ตอนแรกให้มาเยอะมาก นึกว่าจะกินไม่หมดแต่ก็ซัดหมดค่ะ เพราะหิว และกะกินเอาแรงเดินเที่ยวด้วย

เมื่อท้องอิ่มแล้ว เราก็เดินลัดเลาะย่านเมียงดง ไปเที่ยวชมคลองค่ะ เส้นทางไปก็ไม่ไกลมาก เดินลัดคลองไปเรื่อยๆ วันนี้อากาศร้อนสุดๆ แต่ได้บรรยากาศน้ำเย็นๆในคลองช่วยให้สบายๆขึ้นค่ะ จากนั้นแดดก็เริ่มสาดเข้ามาค่ะ คนท้องถิ่นบอกฝนตกมาเกือบอาทิตย์เพิ่งมาแดดออกวันนี้ เป็นวันดีของพวกเราจริงๆ

อากาศร้อนมากค่ะ วันนี้แดดเปรี้ยงสุดๆ แล้วด้วยความรีบ กลัวเที่ยวไม่พอ กันแดดลืมทา ร่มไม่ได้เอามา เมื่อถ่ายรูปหอยเสร็จก็เดินลัดไป พระราชวังเคียงบ๊อก ต่อเลยค่ะ เดินเรื่อยๆ นั่งบ้างพักบ้าง คิดในใจทำไมไม่ปลูกต้นไม้กันบ้างเลยเนี่ยพระราชวังนี่ เมื่อเสร็จจากพระราชวังก็เดินออกไปถ่ายรูปหลัง Blue House นิดหน่อย เพราะถือว่ามาแล้ว

และแวะกลับมาดูนิทรรศการหน้า National Folk Museum of Korea เล็กน้อยแต่ไม่ได้เข้าไปค่ะ เริ่มเอียนกับพระราชวังมั้ง จึงชวนกันเดินไปที่ ย่าน Samcheongdong-gil เดินวนกันนานมาก ว่าจะกินร้านไหน สุดท้ายไปหยุดที่ร้านอาหารฝรั่ง เลยซัดสปาเก็ตตี้ไปค่ะ ก็อร่อยสมราคาเบาๆ นั่งกินไปก็ชิวค่ะ เป็นช่วงบ่ายๆ เด็กเลิกเรียนพอดี

เสร็จแล้วก็แวะ Information Center หยิบแผนที่มาและเดินไปตาม Route ใน Bukchon Hanok Village ก็ลัดเลาะกันไปตามซอยเล็กๆ บ้านแถวนี้สวยงามมากค่ะ เป็นบ้านสไตส์เก่าๆของเกาหลี แต่ยังอนุรักษ์ไว้ และที่สำคัญเป็นบ้านของคนมีตังค์คะ เพื่อนสาวบอกว่าแกมาตามรอย Personal Taste ว่างั้น (โดนจับทางทัน ว่าใส่ทริปนี้มาในแฟนเที่ยวทำไม !!)

วิวจาก Route ที่เราเดิน ใน Bukchon Village มองลงมาเห็นพระราชวังด้วย

จริงๆชอบบ้านสไตส์นี้มาก ดูหรูหราไฮโซสมฐานะค่ะ มีไกด์ของการท่องเที่ยวเกาหลีคอยยืนอยู่ตรงทางแยก เผื่อใครหลงเป็นระยะๆด้วย ดีมากๆ เพราะเราใช้บริการไปถึง 2 รอบด้วยกัน แผนที่บอกทางว่าง่ายแล้ว แต่ซอยเล็กซอยเล็กซอยน้อยเล็กเอาสับสนกว่า ขอแนะนำว่าใครจะเที่ยวแบบนี้ วันหน้าเอาเข็มทิศไปด้วยก็ดี อย่างน้อยช่วยบอก เหนือ ใต้ ก็ยังดี เขาบอกใช้เวลาเดินประมาณ 1.30 ช.ม แต่พวกเราเร่งสปีดค่ะ สัก 30 นาทีกำลังดี เดินครบทุกซอยค่ะ แต่เน้นซึบซับบรรยากาศไม่ถ่ายรูปมากมาย

พอเดินกันเสร็จก็แวะมาจิบน้ำเบาๆ ในคาเฟ่แถวนั้นค่ะ ชิวๆมากๆพักขาด้วย พักกันเบาๆ ก็ได้เวลากลับที่พักไปเตรียมขึ้น Namsan Tower ค่ะ ซึ่งเราเลือกเองว่า ฉันจะขึ้น Cable Car ไป เพื่อนบอก มันมี 3 Choices นะ ไปขึ้นรถเมล์ที่ Itaewon, เดิน, Cable Car ก็ไม่ฟังค่ะแล้วก็ลากๆเพื่อนสาวๆกันไปด้วย เดินไปจาก Guesthouse นิดเดียวจริงๆ ก็อย่างที่มีคนเตือนมาแล้วว่า "ขึ้นไป Namsan Tower มันก็ธรรมดา มันอยู่ที่ไปกับใคร?"

วิวยามค่ำคืนก็สวยงามค่ะ ลมพัดเบาๆ สบายๆ พอขึ้นไปถึง ก็ผ่อนคลายค่ะ เดินดูคู่นู่นคู่นี้เขามาจิบกาแฟ นั่งเล่นดูวิว พลอดรักกัน เพื่อนสาวเริ่มหมั่นไส้ เริ่มพุ่ง Target ค่ะ เลยต้องเอาน้ำมาดับไฟเพลิงในตามันบ้าง ก็ทริปสาวๆ คนข้างกายก็เก็บไว้ในใจสิจ๊ะ

ดูเวลาแป๊ปๆก็จะ สี่ทุ่ม แล้ว เลยพากันมากินมื้อค่ำยามดึกกันค่ะ ก็ล่อไก่ทอดกับไวน์ข้าวกันไป รู้สึกไม่ชอบรสของไวน์ข้าวเลยค่ะ กินแล้วไม่ลื่นคอ เพื่อนสาวก็ไม่ชอบเหมือนกัน สุดท้ายกินกันไปครึ่งขวด แอบเสียดายกะจะเก็บไว้กินต่อคืนต่อไป สุดท้ายก็ไปฟาดโซจูแทน  วันนี้ก็หลับเป็นตายค่ะ เตียงแอบแข็งนิดหน่อย พรุ่งนี้ตื่นมาลุยต่อ

(แอบนั่งเหนื่อยทำรูปซะสวยใน photoscape ดันอัฟไม่ขึ้นหลายรูป เลยต้องเอาแบบนิดๆไปก่อน ไว้วันหลังมาอัฟใหม่ค่ะ)

Comment

Comment:

Tweet